<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.surinsanghasociety.com/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_12</id>
	<title>เลี้ยงเพลในพรรษา ปีที่ 12 - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.surinsanghasociety.com/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_12"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.surinsanghasociety.com/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_12&amp;action=history"/>
	<updated>2026-04-28T21:56:58Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.34.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.surinsanghasociety.com/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_12&amp;diff=238&amp;oldid=prev</id>
		<title>Weera2533: สร้างหน้าด้วย &quot;*เรื่อง เลี้ยงเพลในพรรษา ปีที่ ๑๒ *โดย นิสิตหลักสูตรพุท...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.surinsanghasociety.com/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A9%E0%B8%B2_%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88_12&amp;diff=238&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2020-08-03T10:23:59Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot;*เรื่อง เลี้ยงเพลในพรรษา ปีที่ ๑๒ *โดย นิสิตหลักสูตรพุท...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;*เรื่อง เลี้ยงเพลในพรรษา ปีที่ ๑๒&lt;br /&gt;
*โดย นิสิตหลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต (พธ.ม.) สาขาวิชาพระพุทธศาสนา รุ่นที่ ๑๐&lt;br /&gt;
*งานชิ้นนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชา: สัมมนาพระพุทธศาสนา&lt;br /&gt;
*ชื่อ พระครูปริยัติกิตติวรรณ(วีระ กิตฺติวณฺโณ)/ได้ทุกทาง&lt;br /&gt;
*หลักสูตรพุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา นิสิต ชั้นปีที่ ๒ (รุ่นที่ ๑๐/๒๕๖๒)&lt;br /&gt;
*บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตสุรินทร์&lt;br /&gt;
*Facebook : Weera Kittiwanno     Email : weera-sadao@hotmail.com&lt;br /&gt;
*วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๓&lt;br /&gt;
*ณ วัดสุวรรณาราม ต.ประทัดบุ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*๑. วัตถุประสงค์ของ กิจกรรม/โครงการ  &lt;br /&gt;
*	๑.๑ เพื่อจัดกิจกรรมงานบุญเลี้ยงเพลพระภิกษุสามเณรในพรรษา พื้นที่คณะสงฆ์ตำบลทุ่งมน-สมุด และวัดใกล้เคียงที่เกี่ยวข้อง&lt;br /&gt;
*	๑.๒ เพื่อเชื่อมสานสัมพันธ์กันระหว่างพระภิกษุ ญาติโยม ในเขตพื้นที่วัดแต่ละวัดได้ไปมาหาสู่กัน&lt;br /&gt;
*	๑.๓ เพื่อช่วยกันทำบุญอุปถัมภ์วัดแต่ละวัดได้มีปัจจัยใช้สอยบำรุงวัด&lt;br /&gt;
*	๑.๔ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งในการคณะสงฆ์ตำบล&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*๒. ความเป็นมาของพื้นที่ และการปกครองคณะสงฆ์&lt;br /&gt;
*	ตำบลสมุด เป็นตำบลตั้งขึ้นใหม่ โดยแยกออกจากตำบลทุ่งมนเมื่อปี ๒๕๓๕  มี ๘ หมู่บ้าน ส่วนตำบลทุ่งมนมี ๑๑ หมู่บ้าน  ด้านเขตการปกครองของการคณะสงฆ์ เป็นเขตการปกครองตำบลเดียวกัน คือเขตการปกครองการคณะสงฆ์ตำบลทุ่งมนอยู่เช่นเดิม ยังไม่ได้แยกไปตามบ้านเมือง เพราะแต่ละตำบลยังไม่มีวัดครบ ๕ วัด  ปัจจุบันเขตการปกครองการคณะสงฆ์(มหานิกาย)ตำบลทุ่งมนมีวัดที่ถูกต้องแล้ว จำนวน ๖ วัด วัดที่ ๖ คือ วัดสุวรรณหงษ์ บ้านสะพานหัน ตำบลทุ่งมน เป็นวัดที่เพิ่งได้รับการประกาศตั้งวัดใหม่ล่าสุด สำหรับพักสงฆ์โดยหลักๆ มีจำนวนอยู่ ๔ แห่งมีชุมชนอุปถัมภ์ชัดเจน  แต่ยังมีที่พักสงฆ์อีกจำนวน ๓-๔ แห่งที่ยังเป็นเอกเทศหรือยังไม่มั่นคงกับชุมชนที่ชัดเจน&lt;br /&gt;
*วัดสุวรรณาราม อยู่ในพื้นที่ตำบลประทัดบุ แต่ที่ตั้งวัดอยู่ติดชิดเขตตำบลสมุด โดยญาติโยมคณะศรัทธาจากตำบลสมุดหลายหมู่บ้านร่วมอุปถัมภ์วัด  วัดสุวรรณารามขึ้นกับการปกครองคณะสงฆ์ตำบลไพล เจ้าอาวาสชื่อพระครูสุพัฒนกิจ สายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระครูประสาทพรหมคุณ(อดีตเจ้าอาวาสวัดเพชรบุรีและอดีตเจ้าคณะตำบลทุ่งมน) อดีตเป็นเจ้าคณะตำบลปราสาททนงและเจ้าคณะตำบลทุ่งมนตามลำดับ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองเจ้าคณะอำเภอปราสาท ทั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ของพระภิกษุในพื้นที่ทั้งหมด วัดสุวรรณารามจึงมีความสัมพันธ์แน่นกับการคณะสงฆ์ตำบลทุ่งมนและกิจกรรมเลี้ยงเพลในพรรษาทั้งสายพระชั้นปกครอง และทางพื้นที่ภูมินิเวศน์วัฒนธรรม ที่สำคัญ คือ การก่อเกิดโครงการกิจกรรมนี้และการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการคณะสงฆ์ตำบลทุ่งมนเป็นสำคัญ&lt;br /&gt;
*วัดบวรมงคล ตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านปรือ ตำบลปรือ   ในอดีตบ้านปรือเคยเป็นหมู่บ้านหนึ่งของตำบลทุ่งมน    วัดบวรมงคลสร้างขึ้นและเจริญขึ้นเป็นวัดโดยอดีตเจ้าอาวาสคนบ้านทุ่งมน (หลวงพ่อแม้น จนฺทปญฺโญ/หวังสำราญ ลูกศิษย์หลวงปู่ริม รตนมุณี อดีตเจ้าอาวาสวัดอุทุมพร) ก่อนที่จะเข้าอยู่ในเขตปกครองคณะสงฆ์ตำบลปรือตามพื้นที่ของบ้านเมือง เคยเข้าสังกัดในเขตการปกครองคณะสงฆ์ตำบลปราสาททนงมาก่อน ในคราวที่พระครูสุพัฒนกิจ เจ้าอาวาสวัดสุวรรณารามดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลปราสาททนง วัดบวรมงคลแห่งนี้อยู่ในการปกครองของการคณะสงฆ์ปราสาททนง  ปัจจุบันสังกัดเขตการปกครองคณะสงฆ์ตำบลปรือ  วัดบวรมงคลจึงมีความสัมพันธ์แน่นกับการคณะสงฆ์ตำบลทุ่งมนและกิจกรรมเลี้ยงเพลในพรรษาทั้งสายพระชั้นปกครอง และทางพื้นที่ภูมินิเวศน์วัฒนธรรม และทั้งนี้เจ้าอาวาสวัดเป็นบุคคล ๑ ใน ๓ ที่ถือบัญชีกองทุนสวัสดิการคณะสงฆ์ตำบลทุ่งมน ภายหลังเมื่อการคณะสงฆ์ตำบลปรือมีการจัดกิจกรรมเลี้ยงเพลในพรรษาด้วยโดยยึดวันอาทิตย์เป็นหลัก การเลี้ยงเพลที่วัดบวรมงคลจึงเป็นวันอาทิตย์ของทุกปีและมีการรวม ๒ การคณะสงฆ์เข้าด้วยกัน วันอื่น ๆ ญาติโยมยังร่วมทำบุญทั้ง ๒ การคณะสงฆ์&lt;br /&gt;
*ที่พักสงฆ์ป่าหินกอง ตั้งอยู่บ้านกำไสจาน และมีบ้านตาอีอยู่ใกล้เคียง     เป็น ๒ หมู่บ้านในตำบลทุ่งมน ที่ผ่านมาหัวหน้าที่พักสงฆ์ได้มีกิจกรรมเลี้ยงเพลร่วมกับกับวัดและชุมชนทางตำบลสวาย ตำบลนาบัวอำเภอเมืองสุรินทร์เป็นส่วนมาก ในอดีตภูมิประวัติศาสตร์ของบ้านกำไสจานและบ้านตาอีมีสายสัมพันธ์ด้านการปกครองขึ้นกับตำบลสวายอย่างยาวนาน ที่พักสงฆ์ป่าหินกองเข้าร่วมกิจกรรมเลี้ยงเพลในพรรษากับคณะสงฆ์ตำบลทุ่งมน ปี ๒๕๖๓ เป็นปีแรก ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของทางผู้ใหญ่กำนัน อบต.ที่มีความตั้งใจมาอย่างยาวนาน  ที่พักสงฆ์ป่าหินกองแม้นเข้าร่วมกิจกรรมเลี้ยงเพลกับคณะสงฆ์ตำบลทุ่งมนแล้วก็ยังร่วมกับการคณะสงฆ์เดิมอยู่ วันเลี้ยงเพลจึงต้องแยกวันกันกับคณะสงฆ์ตำบลสวายตำบลนาบัว ญาติโยมยังร่วมทำบุญทั้ง ๒ พื้นที่&lt;br /&gt;
*ที่พักสงฆ์หงส์มุนี ตั้งอยู่บ้านหนองหรี่ มีบ้านลำพุกอยู่ใกล้ เป็นที่พักสงฆ์ที่ตั้งขึ้นใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมเลี้ยงเพลในพรรษาได้มา ๒-๓  ปีแล้ว&lt;br /&gt;
*กองทุนสวัสดิการคณะสงฆ์ตำบลทุ่งมน จัดตั้งขึ้นสืบเนื่องจากกิจกรรมเลี้ยงเพลในพรรษา จัดตั้งขึ้นในช่วงต้น ๆ พร้อมกับการเลี้ยงเพลในพรรษา ในการนำของพระครูสุพัฒนกิจ  มีการจัดทอดผ้าป่ากองทุนสวัสดิการคณะสงฆ์เป็นครั้งสุดท้ายหลังจากเลี้ยงเพลครบทุกวัดแล้ว แต่ยังจัดกิจกรรมภายในพรรษานั้น กองทุนนี้มีการมอบทุนการศึกษานักธรรม บาลีด้วย&lt;br /&gt;
*สถานีวิทยุชุมชนทุ่งมน-สมุด จัดตั้งขึ้นและออกอากาศเมื่อต้นปี ๒๕๔๗  สถานีตั้งอยู่หน้าโรงเรียนทุ่งมนวิทยาคาร ส่งกระจายเสียงในรัศมี ๒๐  กิโลเมตร เมื่อคณะสงฆ์ทุ่งมนมีกิจกรรมการเลี้ยงเพลขึ้นปี ๒๕๕๒ ทางสถานีวิทยุได้ขยายชื่อเป็น “สถานีวิทยุชุมชนทุ่งมน-สมุด-ปรือ-ประทัดบุ มีผู้นำชุมชน ๔ ตำบลร่วมจัดรายการวิทยุประชาสัมพันธ์กิจกรรมของชุมชน รวมทั้งกิจกรรมเลี้ยงเพลคณะสงฆ์ สถานีได้ดำเนินการกระจายเสียงถึงเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๗ จึงต้องหยุดการดำเนินงานกระจายเสียงลง&lt;br /&gt;
*สถานีวิทยุกระจายเสียงบริการสาธารณะชื่อ “สถานีทุ่งมนสว่างกลางใจ” คลื่น 98.75 เมกะเฮิรตซ์สถานีตั้งอยู่ที่วัดสะเดารัตนาราม ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์กิจการคณะสงฆ์ทุกด้านรวมถึงงานเลี้ยงเพลในพรรษา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ จนถึงปัจจุบัน&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*๓. สรุปแนวคิด และหลักการสำคัญในการจัดกิจกรรม/โครงการ &lt;br /&gt;
*เมื่อครั้งปีที่พระครูสุพัฒนกิจ ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลทุ่งมนแล้ว จึงดำริและดำเนินโครงการกิจกรรมเลี้ยงเพลในพรรษาขึ้นปี ๒๕๕๒ เป็นปีแรก  ซึ่งในพื้นที่แต่เดิมไม่มีกิจกรรมเลี้ยงเพลระหว่างวัดกับวัดเช่นนี้เลย ต่างวัดต่างอยู่ซึ่งมีความห่างเหินกันมาก ความสัมพันธ์กันระหว่างชุมชนมีเพียงกลุ่มชุมชนที่ไปทำบุญที่วัดเดียวกัน หรืออาจมีงานวัฒนธรรมเครือญาติบ้าง งานบุญระหว่างวัดอาจมีบ้างเฉพาะงานเทศน์มหาชาติประจำปี  บรรยากาศในอดีตวัดกับวัดมีความสัมพันธ์กันไม่แนบแน่นนัก ต่างวัดต่างวัฒนธรรม วัดจึงมีความแตกต่างกันมาก ชุมชนกับชุมชนบางทีเยาวชนก็มีปัญหาทะเลาะกันระหว่างชุมชนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง  พระครูสุพัฒนกิจเล็งเห็นประโยชน์ของการนำพาพระภิกษุสามเณรให้รู้จักกันและกันได้พบกันและกันบ่อยๆ ให้ญาติโยมได้พบปะกันบ่อย ๆ จึงจัดให้มีกิจกรรมนี้ขึ้น &lt;br /&gt;
*การเลี้ยงเพลในพรรษา เป็นการนำของคณะสงฆ์ คือคณะสงฆ์จะเป็นผู้จัดประชุมปรึกษาหารือกันในภายในคณะสงฆ์แต่ได้สอบถามปรึกษาฝ่ายปกครองท้องที่มาประกอบการประชุมเสมอ  การประชุมมีการจัดตารางเลี้ยงเพลขึ้นไปตามวัดเป็นลำดับ มีการสลับลำดับกันในปีถัดไป  แล้วนำผลของการประชุมการวางแผนแจ้งตารางเลี้ยงเพลต่อผู้นำชุมชนได้ประชาสัมพันธ์กับญาติโยมในหมู่บ้าน เมื่อมีเหตุผลจำเป็นที่ทางผู้นำชุมชนขอปรึกษาเพื่อการปรับเปลี่ยน ก็ได้บรรยากาศแห่งการทำงานร่วมกันอย่างสวยงามงดงาม  ร่วมกิจกรรมดังกล่าวเน้นวันหยุดราชการเสาร์อาทิตย์เพื่อให้เด็กและเยาวชนได้เข้าวัด&lt;br /&gt;
การเลี้ยงเพลในพรรษาเป็นการเปิดโอกาสให้ญาติโยมที่รักในการทำบุญให้ทาน คนจริตเดียวกัน นิสัยเดียวกัน คนหัวใจเดียวกัน ได้มีพื้นที่สำหรับการพบปะแลกเปลี่ยนกันบ่อยๆ โดยมีการเปลี่ยนสถานที่พบปะกันไปแต่ละวัด ผู้นำองค์กรต่างๆ ได้มีโอกาสในการนำข้อมูลข่าวสารมาประชาสัมพันธ์ในงานบุญ ได้ให้ความสำคัญซึ่งกันและกันในฐานะองค์กรของชุมชน  ผู้คนที่รักในการเลี้ยงเพลในพรรษาต่างไต่ถามและแสดงความเห็นว่าควรดำเนินการในปีนี้แม้นจะมีอุปสรรคจากสถานการณ์โควิด-19 ก็ตาม &lt;br /&gt;
ญาติโยมได้แลกเปลี่ยนอาหารหวานคราวแบ่งกันรับประทานอาหารหลังจากที่ได้ยกประเคนถวายพระภิกษุสงฆ์ได้ขบฉันเป็นอาหารเพลแล้ว&lt;br /&gt;
ในการเลี้ยงเพลก็จะมีการยกโรงทานไปตั้งเพื่อแบ่งปันกันในหมู่ของญาติโยมทั่วไป ซึ่งมีโรงทานเป็นจำนวนมากขึ้นตามลำดับ เป็นการฝึกในการแบ่งปันฝึกในการขยายใจให้มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน&lt;br /&gt;
การทอดผ้าป่าสามัคคีครั้งสุดท้าย เพื่อจัดตั้งกองทุนสมทบกองทุนสวัสดิการคณะสงฆ์ คือการรวบรวมทุนเพื่อจะให้คณะสงฆ์พระภิกษุ ได้มีกิจกรรมพัฒนาการศึกษา พัฒนาวัด พัฒนาชุมชน สร้างสาธารณประโยชน์ร่วมกัน พร้อมกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น สร้างความสัมพันธ์ระหว่างบ้านวัดโรงเรียนซึ่งได้บรรยากาศของ “บวร”&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*๔. สรุปประโยชน์จากกิจกรรม &lt;br /&gt;
*	ประโยชน์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน คือ  เป็นกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความรักความสามัคคีชัดเจน เรียกได้ว่าปรองดองสมานฉันท์เชิงพุทธ   เงินบริจาคทำบุญที่เกิดขึ้น ณ วัดใดก็ถวายบำรุงวัดนั้น โดยไม่ต้องแบ่งถวายพระภิกษุที่ร่วมฉันเพล แต่มีการแบ่งปันเข้ากองทุนสวัสดิการคระสงฆ์ตำบลบ้างพองาม  พระภิกษุในการคณะสงฆ์มีการทำกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่องจนคล้ายเป็นวัดเดียวกัน    เมื่อมีกิจกรรมของแต่ละวัดจึงได้รับความร่วมมือจากคณะสงฆ์และฝ่ายปกครองตลอดถึงญาติโยมเป็นอย่างดี   กองทุนสวัสดิการคณะสงฆ์ช่วยเหลือเกื้อกูลเป็นกำลังใจกันยามเจ็บป่วยมรณภาพและเป็นกำลังในการแก้ปัญหาของแต่ละวัดได้&lt;br /&gt;
&lt;br /&gt;
*๕. ข้อเสนอแนะ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนา &lt;br /&gt;
*	- การจัดการขยะ ควรฝึกให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ตระหนักเรื่องขยะมากขึ้น&lt;br /&gt;
* 	- การเปิดโรงทาน แจกจ่ายอาหาร ควรมีการปรึกษาหารือกัน&lt;br /&gt;
*	- สำหรับในพื้นที่ตำบลทุ่งมนและตำบลสมุด มีวัดและที่พักสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตอยู่ ๒ แห่ง ซึ่งวัด ๑ แห่งในพื้นที่ตำบลสมุด ที่มีญาติโยมแสดงความคิดเห็นว่าอยากจะให้การคณะสงฆ์และชุมชน ๒ ตำบลได้เข้าไปช่วยอุปถัมภ์วัดแห่งนี้ ด้วยเพราะวัดแห่งนี้อยู่อย่างโดดเดี่ยวและก็ขาดแคลน&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Weera2533</name></author>
		
	</entry>
</feed>