<?xml version="1.0"?>
<feed xmlns="http://www.w3.org/2005/Atom" xml:lang="th">
	<id>https://wiki.surinsanghasociety.com/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD</id>
	<title>เหตุผลที่ตั้งชื่อ - ประวัติรุ่นแก้ไข</title>
	<link rel="self" type="application/atom+xml" href="https://wiki.surinsanghasociety.com/index.php?action=history&amp;feed=atom&amp;title=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD"/>
	<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.surinsanghasociety.com/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD&amp;action=history"/>
	<updated>2026-05-12T23:06:17Z</updated>
	<subtitle>ประวัติรุ่นแก้ไขของหน้านี้ในวิกิ</subtitle>
	<generator>MediaWiki 1.34.1</generator>
	<entry>
		<id>https://wiki.surinsanghasociety.com/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD&amp;diff=162&amp;oldid=prev</id>
		<title>Weera2533: สร้างหน้าด้วย &quot;เหตุผลที่ตั้งชื่อว่า “วัดสะเดารัตนาราม” เพราะเพื่อกา...&quot;</title>
		<link rel="alternate" type="text/html" href="https://wiki.surinsanghasociety.com/index.php?title=%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD&amp;diff=162&amp;oldid=prev"/>
		<updated>2020-05-24T04:55:13Z</updated>

		<summary type="html">&lt;p&gt;สร้างหน้าด้วย &amp;quot;เหตุผลที่ตั้งชื่อว่า “วัดสะเดารัตนาราม” เพราะเพื่อกา...&amp;quot;&lt;/p&gt;
&lt;p&gt;&lt;b&gt;หน้าใหม่&lt;/b&gt;&lt;/p&gt;&lt;div&gt;เหตุผลที่ตั้งชื่อว่า “วัดสะเดารัตนาราม”&lt;br /&gt;
เพราะเพื่อการรักษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น เป็นชื่อที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปทั้งทางคณะสงฆ์และราชการและรักษาความสามัคคีในชุมชนตำบลต่อไป&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๓๐๓ วัดโคกจ๊ะ (โคกเก่าหรือโคกโบราณ) เรียกชื่อทางการในปัจจุบันว่าวัดศรีลำยองพื้นที่ที่มีร่องรอยปรากฏชัดเจนว่าเป็นพื้นที่สร้างวัดในโบราณ ได้รับการพัฒนาสร้างให้เป็นวัดอีกครั้งขึ้นเป็นศูนย์รวมของชาวบ้านในชุมชนละแวกนี้ โดยชาวบ้านในละแวกท้องถิ่นนี้จะตั้งถิ่นฐานอยู่กระจัดกระจายเป็นหย่อม ๆ ตามพื้นที่เนินโคกต่างๆ&lt;br /&gt;
พ.ศ.๒๓๖๐ พระภิกษุรูปหนึ่งพื้นเพบ้านเกิดและวัดที่พำนักอาศัยของท่านอยู่ที่เสราะตุมมวน หรือวัดเสราะตุมมวนปรีขลา (ปัจจุบันชื่อบ้านทุ่งมน อยู่ในเขตตำบลไพรขลา อำเภอชุมพลบุรี จังหวัดสุรินทร์) ได้จาริกเดินทางกลับมาจากประเทศกัมพูชา เมื่อเดินทางมาถึงคุ้มบ้านนี้ อันอยู่ทางทิศเหนือของบ้านโคกจ๊ะ ชาวบ้านประชาชนในชุมชนจึงได้พร้อมใจกันนิมนต์ท่านอยู่ที่นี่ เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจเป็นผู้นำของชุมชนด้วยแล้วได้ช่วยกันสร้างวัดขึ้น ๑ แห่งในชุมชน เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชน อีกด้านหนึ่งนั้นท่านได้นำพาญาติพี่น้องย้ายจากบ้านเกิดของท่านบางครอบครัวมาอยู่ข้าง ๆ วัดด้วย จากที่พระภิกษุรูปนี้ท่านย้ายมาจากเสราะตุมมวน (บ้านทุ่งมนไพรขลา) ทั้งชื่อของท่านได้ปรากฏนามว่า “ตุม” และชุมชนหมู่บ้านแห่งนี้มีภูมิประเทศคล้ายกับเสราะตุมมวนปรีขลา เช่นมีลักษณะของแหล่งน้ำ ลักษณะของพันธุ์ไม้ ลักษณะดิน คล้ายกันมาก จึงมีการเรียกขานชื่อหมู่บ้านแห่งนี้ว่าเสราะตุมมวน เสราะลวกโอ๊วตุมโม อันเป็นสำเนียงเดิมที่นำมาสู่หมู่บ้านแห่งนี้ว่า “บ้านทุ่งมน”&lt;br /&gt;
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา มีเจ้าอาวาสที่ประจำอยู่ที่วัด ที่ปรากฏชื่อว่าวัดอุทุมพรแห่งนี้เรียงตามลำดับถึงวาระที่สำคัญดังนี้&lt;br /&gt;
๑. หลวงปู่ตุม ๒.หลวงปู่ลา ๓. หลวงปู่นา ๔. หลวงปู่ยา&lt;br /&gt;
๕. หลวงปู่คง ๖.หลวงปู่ชื่น ๗.หลวงปู่อ้น ๘.หลวงปู่ผึ้ง&lt;br /&gt;
๙.หลวงพ่อริม รัตนมุนี&lt;br /&gt;
พ.ศ.๒๔๕๘ ทางราชการจัดตั้งเขตปกครองภูมิภาคระดับตำบลขึ้นชื่อปรากฏว่าตำบลทุ่งมนตำบลทุ่งมนก่อนนั้น เป็นศูนย์กลางการปกครองระดับตำบลมีอาณาเขตกว้างขวางติดอาณาเขตกัมพูชาหรือบางหลักฐานระบุว่ากินพื้นที่กัมพูชาในปัจจุบันด้วย&lt;br /&gt;
พ.ศ.๒๔๘๓ พระภิกษุริม รัตนมุนี (แก้วกมล) ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาสังกัดวัดอุทุมพร ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๔๘๔ พระภิกษุริม รัตนบุรี เป็นเจ้าอาวาสวัดอุทุมพร เป็นพระเถระในด้านการพัฒนาเช่น สร้างวัดหลายแห่ง สร้างโรงเรียนบ้านทุ่งมน(ริมราษฎร์นุสรณ์) สร้างสถานีอนามัย สร้างศูนย์พัฒนาตำบล ขุดสระ ขุดบ่อน้ำ ทำกิจกรรมต่างๆต่อเนื่อง&lt;br /&gt;
พ. ศ. ๒๔๙๘ พระภิกษุริม รัตนมุนี ได้ทำการขึ้นไปจับจองที่ดิน (สค.๑) สิทธิ์ครอบครองใช้ประโยชน์เป็นที่ดินตั้งอยู่กลางทุ่ง ในเขตหมู่ ๑ บ้านทุ่งมน ตำบลทุ่งมน ทางจากวัดอุทุมพร ๒ กิโลเมตรที่เรียกกันว่า เวียลตะโมกสะเดา ติดกับโคกตะแบง จำนวน ๑๓ ไร่ ๓ งาน ๘๐ ตารางวา หลักฐานที่ดินสค.๑ เลขที่ ๒๑๔ หมู่ ๑ ตำบลทุ่งมน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ แจ้งการครอบครองที่ดิน วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๘ นายพลอย พรหมมนุช ผู้ใหญ่บ้านรับรอง นายเอียด เสาธงทอง และนายเฮีย ทองกระจาย เป็นพยาน ที่ดินข้างเคียง ทิศเหนือจดที่ดินนายดี ทิศใต้จดที่ดินของนายเมา ทิศตะวันออกจดที่ดินของนายปู ทิศตะวันตกจดที่ดินของนายเชย ต่อมามีราษฎรหมู่ที่ ๑ คือนางตุ๊ เรืองสุข และญาติได้ถวายที่ดินบางส่วนเพิ่มเติม&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๑๐ ตำบลทุ่งมนประสบกับภัยแล้ง ๗ ปี พระภิกษุริม รัตนมุนี ได้ดำเนินการขุดบ่อบ่อน้ำ ณ ที่พื้นที่แปลงนี้ เพื่อเอาน้ำไว้อุปโภค บริโภค ได้เริ่มย้ายพระเณรบางส่วน เข้าอยู่อาศัยมีการปลูกเสนาสนะ ให้เป็นที่พักของพระภิกษุสามเณร และให้มีพระภิกษุเป็นประธานดูแลอย่างต่อเนื่องมอบหมายให้ชาวบ้านตายเจียด(หมู่ใหญ่) และชาวบ้านโคกเกรียง รับผิดชอบในการอุปถัมภ์พระภิกษุสามเณร และเพื่อให้เป็นวัดของบ้านตาเจียด และโคกเกรียง โคกตะแบง จึงมีความประสงค์ที่จะสร้างเป็นวัดแห่งหนึ่ง&lt;br /&gt;
ในช่วงต้นสร้างวัดใช้ชื่อว่า วัดโคกตะแบง ทางคณะสงฆ์และราชการ เช่น ภาพถ่ายทางอากาศแผนที่ทางราชการ&lt;br /&gt;
พ.ศ.๒๕๑๙ พระเพลียด สิริปัญโญ (อย่านอนใจ) อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนาสังกัดวัดอุทุมพร&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๒๐ พระเพลียด สิริปัญโญ (อย่านอนใจ) ได้มอบหมายจากพระอธิการริม รัตนมุนี ให้มาเป็นประธานสงฆ์ที่พักสงฆ์วัดทะมัย&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๒๗ พระอธิการริม รัตนมุนี ผู้ให้กำเนิดที่พักสงฆ์วัดทะมัย หรือสะเดา มอบหมายทางวาจาให้พระเพลียด สิริปัญโญ (อย่านอนใจ) ประธานสงฆ์ที่พักสงฆ์วัดทะมัยหรือสะเดา เป็นผู้รับหน้าที่รับผิดชอบในการปกครองที่พักสงฆ์&lt;br /&gt;
พ.ศ.๒๕๒๘ พระอธิการริม รัตนมุนี เจ้าอาวาสวัดอุทุมพร อายุ ๖๔ ปี มรณภาพ วันที่ ๙มิถุนายน ๒๕๒๘&lt;br /&gt;
วัดจ๊ะกลับวัดทะมัย เปลี่ยนสภาพการพึ่งพากันแบบพ่อลูก มาเป็นลักษณะวัดพี่กับวัดน้อง&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๒๙ มีการเขียนป้ายติดไว้ที่หน้าวัดและหน้าหมู่บ้านตาเจียด ว่า “วัดสะเดารัตนาราม”ทางเอกสารคณะสงฆ์อย่างใช้คำว่า วัดสะเดาบ้าง วัดโคกตะแบงบ้าง&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๒๙ ราชการประกาศจัดตั้งหมู่บ้านแสรโอ แปลเป็นไทยว่า นาห้วย โดยมีบ้านเรือนตั้งอยู่เป็นหย่อม ๆ จากหย่อมโคกตะแบง หย่อมโคกเกรียง หนองไผ่ และแสรโอ รวมกันแล้วได้ ๓๐ ครัวเรือน ทั้งนี้เป็นการแยกสำมะโนครัวมาจากบ้านทุ่งมนหมู่ ๑ และหมู่บ้านพลับหมู่ ๖&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๓๓ นายวีระ ได้ทุกทาง ได้อุปสมบทเป็นพระวีระ กิตฺติวณฺโณ เข้าจำพรรษาที่วัดสะเดาได้เริ่มดำเนินการเรื่องการขออนุญาตสร้างวัด แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่เข้าใจการดำเนินงาน&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๓๔ การไฟฟ้าภูมิภาคนำไฟฟ้าสู่หมู่บ้านแสรโอ และได้ติดตั้งไฟฟ้าเข้าวัดโดยใช้ชื่อในเอกสารราชการว่า “วัดสะเดารัตนาราม” ทั้งนี้เป็นไปตามป้ายที่เขียนตั้งไว้หน้าวัด หน้าหมู่บ้านบอกทางไปวัด และผู้ใหญ่บ้านรายงาน&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๓๔ เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ แต่งตั้ง พระเพลียด สิริปญฺโญ เป็นเจ้าอาวาสวัดสะเดา&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๓๖ ราชการประกาศแบ่งเขตการปกครองตำบลทุ่งมน เป็น ๒ ตำบล คือตำบลทุ่งมนและตำบลสมุทร&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๓๙ พระวีระ กิตฺติวณฺโณ สอบปริยัติธรรมแผนกบาลี สอบได้เปรียญธรรม ๓ ประโยคเปลี่ยนเป็นพระมหาวีระ กิตฺติวณฺโณ&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๔๐ ๒ ธันวาคม พระอธิการเพลียด สิริปญฺโญ มรณภาพอายุ ๗๖ ปี&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๔๑ เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์แต่งตั้ง พระมหาวีระ กิตฺติวณฺโณ เป็นเจ้าอาวาสวัดสะเดา&lt;br /&gt;
พ.ศ. ๒๕๔๔ เริ่มใช้คำว่า วัดสะเดารัตนาราม ทั้งทางคณะสงฆ์และการประชาสัมพันธ์ทั่วไป&lt;br /&gt;
๒๙ มีนาคมถึง ๓ เมษายน ๒๕๔๔ จัดงานพระราชทานเพลิงศพพระอธิการเพลียด สิริปญฺโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดสะเดารัตนาราม&lt;br /&gt;
“วัดสะเดารัตนาราม” สถานที่พำนักของพระภิกษุ นักประพฤติธรรม มีต้นไม้ มีอากาศ มีน้ำอันน่ารื่นรมย์ ที่หลวงปู่ริม รตนมุนี สร้างขึ้น ณ ทุ่งเวียลตะโมกสะเดา จึงเป็นชื่อที่มีความสมบูรณ์อย่างนี้&lt;/div&gt;</summary>
		<author><name>Weera2533</name></author>
		
	</entry>
</feed>