ถมฺภ ธาตุ
คำว่า "อุปถัมภ์" (อ่านว่า อุ-ปะ-ถัม) ที่เราใช้ในภาษาไทย เป็นคำที่รับมาจากภาษาบาลีและสันสกฤต ซึ่งมีรากศัพท์และการวิเคราะห์ที่ลึกซึ้งดังนี้ครับ:
1. การแยกส่วนประกอบ (Analysis) คำนี้มาจากส่วนประกอบ 3 ส่วนคือ:
อุป (อุปสรรค): แปลว่า เข้าไป, ใกล้, มั่น
ถมฺภ หรือ สฺตมฺภ (ธาตุ): ในความหมายว่า ทำให้หยุด, ทำให้ตั้งอยู่, ค้ำจุน, ยึดไว้
อ (ปัจจัย): ลงในรูปนามกิตก์ เพื่อทำหน้าที่เป็นคำนามหรือคำคุณศัพท์
2. วิเคราะห์ตามลำดับภาษา ในภาษาบาลี (Upatthambha - อุปตฺถมฺภ) มาจาก อุป + ถมฺภ ธาตุ โดยมีการ ซ้อน ต หน้าพยัญชนะที่สุดของอุปสรรค (อุป + ตฺ + ถมฺภ) แปลว่า:
"การเข้าไปค้ำจุนไว้ไม่ให้ล้ม" หรือ "การเข้าไปสนับสนุนให้ตั้งอยู่ได้"
ในภาษาสันสกฤต (Upastambha - อุปสฺตมฺภ)
มาจาก อุป + สฺตมฺภ ธาตุ (Stambh) ซึ่งไทยเราใช้การเขียนอ้างอิงจากรูปนี้เป็นหลัก แต่แผลงเสียงและการเขียนให้เข้ากับลิ้นคนไทยจนกลายเป็น "อุปถัมภ์"
3. เหตุผลด้านความหมาย (Semantic) คำว่า ถมฺภ หรือ สฺตมฺภ ในรากเดิมแปลว่า "เสา" หรือ "เครื่องค้ำ" ครับ ดังนั้นเมื่อเติม อุป (เข้าไปใกล้/มั่น) เข้าไป ความหมายจึงกลายเป็น:
การเป็นเสาค้ำ: เหมือนการเอาเสาไปค้ำยันอาคารไม่ให้ทรุดโทรม
การสนับสนุน: การช่วยเหลือเพื่อให้ผู้อื่นหรือองค์กรสามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่ติดขัด
4. การเชื่อมโยงกับงานวิจัยของท่าน (ทุ่งมน สุรินทร์) ในวิทยานิพนธ์เรื่อง "พุทธสันติวิธีเพื่อชุมชนสันติสุข" คำว่า "อุปถัมภ์" มีบทบาทสำคัญในเชิงสังคมศาสตร์และพุทธศาสตร์มากครับ:
ฝ่ายคฤหัสถ์: มีหน้าที่ "อุปถัมภ์" คณะสงฆ์ด้วยปัจจัย 4 เพื่อให้พระพุทธศาสนาตั้งอยู่ได้
ฝ่ายบรรพชิต: มีหน้าที่ "อุปถัมภ์" ชาวบ้านด้วยธรรมะ เพื่อให้จิตใจของคนในชุมชนมีความมั่นคง ไม่โอนเอียงไปในทางความขัดแย้ง
สรุป: การอุปถัมภ์จึงไม่ใช่แค่การให้เงินทอง แต่คือการ "ค้ำจุนกันและกัน" (Mutual Support) เพื่อให้โครงสร้างของชุมชนทุ่งมนมีความสมดุลและเกิดสันติสุขอย่างยั่งยืนครับ